สิทธิพร พวงสุข – นักวาดผู้สร้างสรรค์หนังสือสำหรับเด็ก ด้วยหัวใจอันซื่อตรง

ผมไม่เคยคิดว่ามีอาชีพนักวาดหนังสือสำหรับเด็ก เพราะเมื่อก่อนไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่าอยากทำงานศิลปะ พอเรียนศิลปะแล้วก็อยากเป็นศิลปิน ศิลปินที่เรารู้ก็คือวาดรูปแล้วก็แสดงงาน เรารู้แค่นั้น

ตอนนั้นผมเรียนเพาะช่างปีแรกมีเพื่อนฝึกงานอยู่ที่สำนักพิมพ์ห้องเรียน เพื่อนบอกว่าห้องเรียนต้องการคนวาดภาพ ลองไปสมัครดูไหม ผมอยากได้เงินไปเรียน เลยเอางานมาเสนอห้องเรียน ซึ่งตอนนั้นภาพที่เอามาสมัครไม่มีคำว่าเด็กเลย จะเป็นแนวภาพเหมือน แต่พี่เล็ก (บรรณาธิการภาพ) บอกว่างานผมมีความหลากหลายก็เลยให้ทดลองทำ 

พอทำไปสักพักหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามันสนุกมาก ตื่นเต้นว่างานศิลปะที่น่าสนใจอยู่ในหนังสือที่นี่ตั้งเยอะ ก็เริ่มดูหนังสือศึกษาเทคนิคนำมาปรับใช้กับงานภาพประกอบ และเอางานจากภาพประกอบไปพัฒนาเรื่องการเรียนของตัวเอง สำนักพิมพ์ห้องเรียนเลยเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ของเรา ผลักดันให้เราพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ ให้รู้ว่าโลกของผมคือภาพประกอบ

เวลาเรียนจะมีแต่งานเรียน แต่การทำงานคืองานของเรามีคนเห็นมากขึ้นกว่าในห้องเรียน งานเราจะใช้เทคนิคใช้สีหลากหลายรูปแบบไม่มีจำกัด จินตนาการก็โลดแล่น เล่มไหนเหมาะกับเทคนิคไหน มันก็สนุกเพราะว่าได้ใช้ฝีมือทุกวัน กลับถึงบ้านก็ยังอยากจะวาดรูปภาพประกอบหนังสืออยู่เลย เกิดเป็นความรู้สึกผูกพันกับงานนี้ 

ความจริงแรงบันดาลใจเปลี่ยนไปตามยุคนะ ช่วงแรกมันมีเยอะมาก เพราะเราได้พัฒนาตัวเอง ใช้ทักษะเต็มที่ ทั้งวาด ออกแบบ ลงสีในเล่มเดียว ทั้งหมดทั้งมวลมันหลอมเป็นเรา ปรากฏว่าแรงบันดาลใจก็มาจากตัวเรานี่แหละ ยิ่งพอมีใครชื่นชมในผลงานเราก็ยิ่งภูมิใจ 

เล่มแรกคือ นิทานสองภาษา การทำงานคนเดียวก็จะมีความสนุกไปอีกแบบ คือทำตามที่เราอยากได้ อารมณ์มันจะพลุ่งพล่านและใส่ตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ แต่เราต้องไม่ลืมว่าเราทำหนังสือเด็ก มันก็จะมีขอบเขตการทำงานว่าต้องเหมาะสำหรับเด็ก ส่วนการทำงานเป็นทีมเราก็จะได้เรียนรู้ทักษะจากน้องๆ ในทีมด้วย

ตุ๊กตาแห่งความทรงจำ ผมทำไปน้ำตาไหลไป บางมุมมันคือตัวเรา อย่างเช่นไม่มีเหมือนเขา แล้วก็หาสิ่งอื่นมาทดแทนให้เหมือนเขา รู้สึกว่าสะเทือนใจเลยชอบเล่มนี้มากๆ 

• หลง จาก วันที่วาฬหายไป บางอารมณ์มันสะท้อนถึงเวลาเราคิดถึงแม่ ตอนนั้น (สมัยยังเด็ก) แม่ทำงานที่กรุงเทพ ส่วนผมอยู่กับพ่อ ช่วงนั้นผมคิดถึงแม่มาก มันรู้สึกหลงเหมือนเราวิ่งหาคนที่เรารัก แบบเรื่อง หลง เลย

ครั้งแรกที่ได้รับรางวัลมันก็จะรู้สึกพิเศษนะ แต่รางวัลที่แท้จริงของผมคือ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของแม่ แต่ก่อนแม่มีลูก 3 คน ผมเป็นลูกคนกลาง แม่ส่งพี่สาวกับน้องชายเรียน แต่ไม่ส่งผมเรียน ผมจึงต้องเรียนศิลปะแบบครูพักลักจำ ต่อมาก็หาเงินเรียนเอง

พอเริ่มชนะงานประกวดในโรงเรียนก็เอาใบประกาศให้แม่ดู แม่เห็นก็ปลื้มใจ ซึ่งตรงนี้ทำให้แม่เชื่อใจเรา เขารู้ว่าเราทำสิ่งที่ดี ยิ่งพอทำหนังสืออย่างเป็นทางการ แล้วมีชื่อเรา นามสกุลเรา แม่จะเปิดด้วยความทะนุถนอม และทุกครั้งที่กลับบ้านเกิด แม่ก็จะขนกลับไปด้วย ไปอวดญาติพี่น้องว่าเนี่ยลูกทำ มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากที่ได้เห็นใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี และยินดีที่แม่เราเลี้ยงลูกได้ดี

โลกมันกว้างไกลมาก ยังมีสิ่งให้เรียนรู้อีกเยอะ ผมบอกลูกเสมอว่า หนทางที่พ่อผ่านมาเป็นตัวอย่างให้เขาเรียนรู้ เพราะช่วงชีวิตหนึ่งของเรามันยาว แบ่งชีวิตเป็นขั้น และอยู่กับความเป็นจริง อย่าปล่อยเวลาผ่านไป ทุกวันมีความหมายสำหรับชีวิต อายุน้อยมีเวลาพัฒนาตัวเองได้เร็ว ล้มหน่อย แต่ได้เรียนรู้ เมื่อล้มแล้วเป็นแผล คุณจะรู้จังหวะที่จะไม่ล้ม ช่วงชีวิตต่อไป ความแข็งแกร่งที่คุณมี ประสบการณ์ที่สั่งสม คุณจะก้าวต่อไปเองได้ เรียนไม่เก่งไม่เป็นไร แต่ขอให้เชี่ยวชาญอย่างหนึ่ง และเปิดโลกนี้ให้กว้าง 

รู้สึกดีมากครับที่ได้ยินว่าคนรุ่นใหม่สนใจเยอะ เพราะบางทีในร้อยคนจะมีสักหนึ่งคนที่เหมือนเรา คือมีคนที่รักเราภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ความสุขของตัวเองมันหมดง่าย แต่ความภาคภูมิใจที่คนอื่นมอบให้เรา มันเป็นกำลังใจ ทำให้ไฟที่กำลังจะมอดถูกราดน้ำมัน