5 เรื่องน่ารู้ของขนมหวานแสนอร่อย

ไม่ว่าใครต่างก็ชอบกินของหวานแสนอร่อยกันทั้งนั้น แต่รู้ไหมว่าขนมบางชนิดที่เราชอบนั้นมีประวัติยาวนานมากว่าพันปีแล้ว มาไขความลับเบื้องหลังของของหวาน 5 ชนิดที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อนกันเถอะ มีของโปรดใครบ้างนะ มาอ่านกันเลย

ฟรุตเค้กทำนายเนื้อคู่

เรื่องทำนายคู่ครองล้วนเป็นที่นิยมสำหรับสาวๆ ทุกสมัย หญิงสาวชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 18 เชื่อว่าถ้าสาวโสดคนไหนไปงานแต่งงาน แล้วนำฟรุตเค้กหรือเค้กผลไม้แห้งที่เป็นเค้กแต่งงานในสมัยนั้นมาวางไว้ใต้หมอน คืนนั้นจะฝันถึงเนื้อคู่

นอนหนุนฟรุตเค้กฝันหวาน

ชีสเค้กกับนักกีฬาโอลิมปิก

เชื่อไหมว่าชีสเค้กเป็นขนมโบราณที่มีมานานพันกว่าปีแล้ว! ชาวกรีกโบราณเป็นผู้คิดค้นเค้กแสนอร่อยชนิดนี้ ว่ากันว่านักกีฬาที่เข้าแข่งโอลิมปิกครั้งแรกเมื่อ 776 ปีก่อนคริสตกาลกินชีสเค้กเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปด้วยนะ

นักกีฬาโอลิมปิกยุคโบราณต้องเปลือยกายแข่งขัน

เรียกเสียงหัวเราะด้วยการขว้างพาย!

คุณเคยหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเพราะได้ดูใบหน้าเลอะเทอะของตัวละครที่ถูกขว้างพายใส่หน้าหรือเปล่า ที่มาของมุกตลกนี้เริ่มมาจากภาพยนตร์เงียบ เรื่อง “Mr. Flip” ที่ฉายในปี ค.ศ. 1909 ตัวเอกถูกสาวโปะพายใส่หน้าเพราะไปแต๊ะอั๋งเจ้าหล่อนเข้า หลังจากนั้นมามุกปาพายก็นิยมกันมากจนกลายเป็นหนึ่งในมุกยอดนิยมของวงการตลก

มุกสุดฮาของวงการตลก

แสนเหลือเชื่อ! เมื่อคุณหมอเป็นคนคิดค้นขนมสายไหม

ใครจะไปคิดฝันว่าศัตรูตัวฉกาจของเหล่าขนมหวานอย่างหมอฟันจะประดิษฐ์ขนมกับเขาด้วย ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ทันตแพทย์หนุ่ม วิลเลียม เจ. มอร์ริสัน (William J. Morrison) จับมือกับช่างทำขนม จอห์น ซี. วอร์ตัน (John C. Wharton) ร่วมกันประดิษฐ์เครื่องทำขนมสายไหม และเมื่อสองหนุ่มเอาเจ้าปุยแสนหวานไปขายในงานเซนต์หลุยส์เวิร์ลแฟร์ในปี ค.ศ. 1904 ก็ขายดีเทน้ำเทท่าได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ!

เครื่องทำขนมสายไหมเครื่องแรก

กำราบเด็กๆ จอมซนด้วยอมยิ้มไม้เท้า

ในคืนวันคริสต์มาสปี ค.ศ. 1670 ผู้กำกับวงดนตรีประจำโบสถ์ในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี หาทางทำให้เด็กๆ เลิกนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุขและหยุดคุยกันเสียงดังระหว่างการแสดงละครการประสูติของพระเยซู โดยแจกอมยิ้มรูปไม้เท้าสีขาวให้ ซึ่งสื่อถึงไม้เท้าของคนเลี้ยงแกะที่เป็นสักขีพยานในเหตุการณ์พระเยซูประสูติ เมื่ออมยิ้มเข้าปาก เสียงของเด็กๆ จึงเงียบลงทันที ความคิดนี้ถูกใจบรรดาบาทหลวงมาก อมยิ้มรูปไม้เท้าจึงเป็นที่นิยมในช่วงเทศกาลคริสต์มาสทั่วยุโรป

เด็กๆ กับอมยิ้มไม้เท้าแสนอร่อย

ยังมีเรื่องราวน่าทึ่งของบรรดาขนมหวานอีกเพียบ อ่านต่อได้ในหนังสือ ประวัติศาสตร์แสนหวาน

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email
Share on facebook
Share on twitter
Share on email